วางแผนกู้คืนระบบและสำรองข้อมูลสำหรับ SME
การสำรองข้อมูลคือสำเนาข้อมูล ส่วนการกู้คืนระบบคือแผนที่ทดสอบแล้วสำหรับการกลับมาดำเนินงาน ควรกำหนด RPO และ RTO รายระบบโดยฝั่งธุรกิจก่อน ทำตามกฎ 3-2-1 โดยมีอย่างน้อยหนึ่งชุดที่เข้าถึงจากเครือข่ายไม่ได้ และทดสอบกู้คืนพร้อมจับเวลาทุกไตรมาสเทียบกับ RTO ที่ประกาศไว้
ธุรกิจส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองมีแผนกู้คืนระบบเพราะมีการสำรองข้อมูล แต่สองอย่างนี้ต่างกัน และช่องว่างระหว่างสองอย่างนี้คือจุดที่บริษัทล้มเหลว การสำรองคือสำเนาข้อมูล ส่วนแผนกู้คืนคือคำตอบที่มีเอกสารและผ่านการทดสอบแล้ว ต่อคำถามว่าท่านจะกลับมาดำเนินงานได้เร็วและครบแค่ไหน
ความต่างนี้ชัดเจนขึ้นตอนเกิดเหตุ เมื่อมีคนถามว่าอีกนานแค่ไหนจะกลับมาใช้ได้ แล้วไม่มีใครมีตัวเลข บทความนี้คือวิธีสร้างแผนที่มีตัวเลขนั้น
การสำรองข้อมูลกับการกู้คืนระบบต่างกันอย่างไร
การสำรองข้อมูลคือสำเนาข้อมูลของท่าน ส่วนการกู้คืนระบบคือกระบวนการทั้งหมดในการกลับมาดำเนินงาน ซึ่งรวมการกู้ข้อมูล แต่ยังรวมการสร้างระบบขึ้นใหม่ การเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ และการยืนยันว่าทุกอย่างทำงานได้ ท่านอาจมีข้อมูลสำรองที่สมบูรณ์แบบ แล้วยังหยุดงานไปทั้งสัปดาห์ได้ หากไม่มีใครวางแผนส่วนที่เหลือไว้
บททดสอบจริงคือ หากเซิร์ฟเวอร์หลักพังตอนนี้ อีกนานแค่ไหนพนักงานจะกลับมาทำงานได้ หากคำตอบเป็นการเดามากกว่าตัวเลขที่ทดสอบแล้ว ท่านมีการสำรองข้อมูล แต่ไม่มีแผนกู้คืน
กำหนด RPO และ RTO ก่อนซื้ออะไร
สองตัวเลขนี้กำหนดการตัดสินใจอื่นทั้งหมด RPO (Recovery Point Objective) คือข้อมูลที่ยอมเสียได้ วัดเป็นหน่วยเวลา RTO (Recovery Time Objective) คือระยะเวลาที่ยอมหยุดทำงานได้ ควรกำหนดแยกรายระบบ โดยฝั่งธุรกิจเป็นคนกำหนด ก่อนจะไปประเมินผลิตภัณฑ์ใด ๆ
ตัวเลขเหล่านี้คือการตัดสินใจทางธุรกิจที่ใส่เสื้อผ้าทางเทคนิค และไม่ควรให้ฝ่าย IT กำหนดฝ่ายเดียว ธุรกิจค้าปลีกที่สร้างออเดอร์หนึ่งชั่วโมงขึ้นใหม่จากใบเสร็จได้ มี RPO ต่างจากคลินิกที่เวชระเบียนไม่มีฉบับกระดาษเลยอย่างสิ้นเชิง
ควรตรงไปตรงมาเรื่องต้นทุน การลด RPO และ RTO ทุกครั้งมีค่าใช้จ่าย และเส้นโค้งชันมากที่ปลายล่าง การลดจาก 24 ชั่วโมงเหลือ 4 ชั่วโมงยังจ่ายไหว แต่จาก 4 ชั่วโมงเหลือ 15 นาทีมักไม่ไหว จุดประสงค์ของการกำหนดให้ชัดคือเพื่อจ่ายในจุดที่สำคัญ และยอมรับเวลากู้คืนที่นานกว่าในจุดที่ไม่สำคัญจริง ๆ
| ระดับ | RPO | RTO | ต้องมีอะไร |
|---|---|---|---|
| มาตรฐาน | 24 ชั่วโมง | 1–3 วัน | สำรองข้อมูลรายคืน สำเนานอกสถานที่ เอกสารการสร้างระบบใหม่ |
| สำคัญ | 4 ชั่วโมง | 4–8 ชั่วโมง | สำรองแบบ Incremental บ่อยครั้ง มีฮาร์ดแวร์สำรองหรือปลายทางบนคลาวด์ |
| วิกฤต | 15 นาที | 1–4 ชั่วโมง | ทำ Replication ต่อเนื่อง มีระบบสำรองพร้อมใช้ ทดสอบ Failover แล้ว |
| เกือบเป็นศูนย์ | ระดับวินาที | ระดับนาที | Active-active ข้ามสถานที่ แพง และไม่ค่อยคุ้มสำหรับ SME |
ทำตามกฎ 3-2-1
เก็บข้อมูลสามชุด บนสื่อสองชนิด โดยอย่างน้อยหนึ่งชุดอยู่นอกสถานที่ สำเนานอกสถานที่คือชุดที่รอดจากไฟไหม้ น้ำท่วม การโจรกรรม และ Ransomware ที่เข้ารหัสทุกอย่างที่เข้าถึงได้บนเครือข่าย รวมถึงฮาร์ดดิสก์สำรองที่เสียบอยู่กับเซิร์ฟเวอร์
ข้อกำหนดเรื่องนอกสถานที่กลายเป็นข้อที่สำคัญที่สุด Ransomware สมัยใหม่ตามหาและเข้ารหัสข้อมูลสำรองก่อนจะลงมือโดยเฉพาะ เพราะผู้โจมตีรู้ว่าธุรกิจที่มีข้อมูลสำรองใช้งานได้จะไม่จ่ายเงิน ข้อมูลสำรองที่เชื่อมต่อค้างไว้และเข้าถึงได้จากเครือข่าย ควรถือว่าถูกเจาะไปพร้อมกับทุกอย่างที่เหลือ
สำหรับธุรกิจไทย เรื่องน้ำท่วมต้องพิจารณาเป็นพิเศษ สำเนานอกสถานที่ที่อยู่อีกอาคารในนิคมอุตสาหกรรมเดียวกัน ไม่ถือว่าอยู่นอกสถานที่ในแง่ของน้ำท่วม การสำรองขึ้นคลาวด์ไป Region อื่น หรือการหมุนเวียนสื่อบันทึกไปยังสถานที่ที่แยกจากกันจริง คือความหมายที่แท้จริงของข้อกำหนดนี้
ทดสอบการกู้คืน และจับเวลา
ข้อมูลสำรองที่ไม่เคยกู้คืนเลยคือข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่เกราะป้องกัน จัดตารางทดสอบกู้คืนทุกไตรมาส จับเวลาเทียบกับ RTO ที่ประกาศไว้ และเขียนขั้นตอนให้ชัดพอที่คนอื่นนอกจากวิศวกรอาวุโสที่สุดจะทำตามได้ภายใต้ความกดดัน
การจับเวลาคือส่วนที่มักถูกข้าม และเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ ธุรกิจมักพบว่าเวลากู้คืนจริงมากกว่าที่คาดไว้สามถึงห้าเท่า เพราะการประมาณครอบคลุมแค่การคัดลอกข้อมูลกลับ แล้วมองข้ามการติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ การลงแอปพลิเคชันใหม่ การตั้งค่าเครือข่าย และการตรวจสอบว่าทั้งหมดทำงานได้
ควรเขียนคู่มือสำหรับกรณีเลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้จริง คือคนที่รู้จักระบบติดต่อไม่ได้ และคนที่ถือเอกสารอยู่ไม่เคยทำมาก่อน หากแผนใช้ได้เฉพาะตอนที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ นั่นไม่ใช่แผน แต่คือการพึ่งพา
- ขั้นตอนการกู้คืนใช้ได้ไหม เมื่อคนที่ลงมือไม่ใช่คนเขียน
- การทดสอบเต็มรูปแบบครั้งล่าสุดใช้เวลาเท่าไรจริง ตั้งแต่ต้นจนจบ
- ข้อมูลสำรองเข้ารหัสไว้หรือไม่ และเก็บกุญแจถอดรหัสไว้ที่ไหน (ต้องไม่ใช่บนระบบที่ถูกสำรองเท่านั้น)
- แผนครอบคลุมเครือข่ายด้วยไหม ไม่ใช่แค่ข้อมูล ทั้ง DNS กฎไฟร์วอลล์ และ VPN
- มีฉบับพิมพ์ที่หยิบใช้ได้ตอนระบบล่มหรือไม่
- ในแง่ PDPA ท่านยังตอบสนองคำขอของเจ้าของข้อมูลได้ระหว่างและหลังเกิดเหตุหรือไม่
ความล้มเหลวที่เราพบบ่อยที่สุด
สี่ข้อที่พบซ้ำ คือการสำรองข้อมูลที่หยุดทำงานไปเงียบ ๆ หลายเดือนแล้ว ข้อมูลสำรองที่เชื่อมต่อค้างกับเครือข่าย ไม่มีเอกสารขั้นตอนการกู้คืน และแผนที่ครอบคลุมแค่ข้อมูล แต่ไม่ครอบคลุมระบบและเครือข่ายที่จำเป็นต่อการใช้ข้อมูลนั้น
การหยุดทำงานเงียบ ๆ พบบ่อยที่สุดและป้องกันได้ง่ายที่สุด งานสำรองข้อมูลหยุดด้วยเหตุผลธรรมดา เช่น รหัสผ่านเปลี่ยน ดิสก์เต็ม ใบรับรองหมดอายุ และหากไม่มีใครได้รับและอ่านการยืนยันประจำวัน ความล้มเหลวจะโผล่มาตอนที่ท่านต้องใช้ข้อมูลสำรองพอดี การตั้งแจ้งเตือนผลการสำรองข้อมูลเป็นการตั้งค่าห้านาทีที่ช่วยธุรกิจไทยไว้ได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ใด ๆ
แหล่งอ้างอิง
ต้องการความช่วยเหลือเรื่องนี้ไหม?
บริการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน IT